Follow Me

- Advertisement -

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อดีตครูหนองคาย ปลูกยางพันธุ์ KT. 311 ได้น้ำยางสูง เฉลี่ย 630 กก./ไร่/ปี

เราเดินทางไปยังดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อพูดคุยกับเกษตรกรที่ปลูกยางพาราใน ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ที่เป็นผู้ที่ทำยางแรกๆ ของ จ.หนองคาย นั่นคือ อาจารย์ไมตรี ประเสริฐสังข์ อดีตข้าราชการครูที่ริเริ่มปลูกยางพารามาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2532  และมีพื้นที่ถึง 30 ไร่

 

อ.ไมตรีเท้าความให้ฟังว่าหลังจากที่สอบครูได้ ครอบครัวก็ซื้อที่ดินใน อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ซึ่งเจ้าของเดิมทำเป็นไร่มันสำปะหลัง เนื่องจากเมื่อก่อนเคยทำสวนผลไม้อยู่ที่ชลบุรีคุณพ่อจึงคิดจะทำสวนผลไม้ แต่เมื่อคิดๆ ดูแล้วการทำสวนผลไม้นั้นมีรายละเอียดหลายอย่าง มีการใช้สารเคมีค่อนข้างมากในการป้องกันและกำจัดโรค-แมลง ทั้งยังต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ท้ายที่สุดจึงตกผลึกที่พืชเศรษฐกิจอย่างยางพารานั่นเอง 


ผมก็เลยลองปรึกษาเพื่อนรุ่นพี่่ที่อยู่จังหวัดตรัง ว่ามียางพันธุ์ไหนให้น้ำยางมากที่สุด ก็ได้ข้อมูลว่าเป็น KT.311 ของนายขำตรัง และ RRIM 600 ผมจึงเลือก 2 พันธุ์นี้แล้วมาปลูกเปรียบเทียบกัน แล้วก็ตั้งสันนิฐานแบบวิทยาศาสตร์ว่าถ้าเอามาปลูกภาพอีสานที่ไม่ได้มีฝนตกชุกแบบภาคใต้ผลผลิตจะยังสูงอยู่ไหม 

อ.ไมตรีพูดถึงการตัดสินใจในการปลูกยางพาราในครั้งแรก

 

แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะว่าทั้ง KT11 และ RRIM600 นั้นโตเร็ว ให้ผลผลิตสูง แต่ ยางพันธุ์ KT.311 มีข้อดีกว่าที่เปลือกนิ่ม กรีดง่าย ท่อน้ำยางตื้น ไม่ต้องกรีดลึก ถ้าคนเคยกรีด RRIM 600, PB 251, GT 1 หรือตัวอื่นๆ มาก่อนจะรู้ว่าแตกต่าง ท่อน้ำยางอยู่ตื้นสัมผัสนิดเดียวน้ำยางก็ออกมาก ต้องคอยระวังเพราะถ้ากรีดลึกไปท่อน้ำยางจะเสีย ที่สำคัญคือ KT.311 กรีด 1 มีด ได้น้ำยางมากถึง 1.3 - 1.4 ลิตร ส่งผลให้มีผลผลิตเฉลี่ยมากถึง 630 กก./ต้น/ปี ในขณะที่ RRIM.600 ให้ผลผลิตอยู่ที่ 352 กก./ไร่/ปี

 

ถ้าช่วงไหนฝนตกน้ำยางจะออกเยอะ หากฝนตกวันนี้ที่เป็นวันพักกรีดพอดี แล้วอีก 1-2 วันถึงวันกรีดนี่จะได้น้ำยางเยอะเลย เราพูดได้ขนาดนี้ก็เพราะปลูกไปแล้วรุ่นหนึ่ง โค่นไปแล้วรุ่นหนึ่ง พอปลูกใหม่เราก็ปลูก KT.311เพราะเรามีประสบการณ์

 

ยางพารา KT.311 ที่ปลูกรุ่นใหม่มีอายุประมาณ 5 ปี ต้นโตพอสมควร บางคนก็มองว่าน่าจะกรีดได้แล้ว แต่อาจารย์แนะนำจากประสบการณ์ว่ารอให้ต้นได้อายุครบกรีดจริงๆ หรือ วัดรอบต้นได้ 50 ซม. จะดีกว่า โดยมีดแรกที่กรีดนั้นให้มีความสูงจากพื้นประมาณ 150 ซม. จะดีที่สุด 

เนื่องจากถ้าเริ่มกรีดต้นยางพาราที่ยังอายุไม่ครบดีนั้นแม้ว่าจะมีน้ำยางออกมาเหมือนกัน แต่พอถึงตอนที่อายุครบกรีดจริงๆ น้ำยางจะไหลช้า มีน้ำยางออกน้อยกว่าต้นที่กรีดตามอายุ เพราะท่อน้ำยางยังไม่เจริญเต็มที่และท่อน้ำยางอาจถูกทำลายได้

 

แต่ชาวบ้านก็ถามนะว่าถ้าน้ำยางไม่ค่อยออกแล้วจะเอาอะไรมากระตุ้น ผมก็แนะนำ อีเทรล 5% (ยาเร่งน้ำยาง) มาทาหน้ายางน้ำยางก็ออกมาได้ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับรอให้ต้นได้อายุ ได้ขนาด ครบเวลากรีดจริงๆ ถ้าเรากรีดก่อนต้องใช้เวลาไปอีกประมาณ 2 ปีกว่าจะกลับมาได้น้ำยางเต็มที่อีกครั้ง เช่น สมมุติยางอายุ 7 ปี ต้องรอไปปีที่ 9 ถึงจะได้เต็มที่ นี่คือประสบการณ์ที่เราประสบมา

 

ในตอนท้าย อ.ไมตรีให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องการปลูกยางพาราว่าควรเริ่มกรีดเมื่อต้นยางได้ขนาด ได้อายุตามกำหนด นอกจากนั้นเทคนิคการแต่งกิ่งก็มีความสำคัญ เพราะในอีสานลมค่อนข้างแรงจึงควรแต่งกิ่งให้น้อย กิ่งโปร่ง จะทำให้ต้นยางมีขนาดใหญ่ และลู่ลมได้ดี มีโอกาสที่กิ่งจะหักน้อยกว่าต้นที่ทรงพุ่มใหญ่มีกิ่งมาก

 

ขอขอบคุณ

อ.ไมตรี ประเสริฐสังข์

ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



แสดงความคิดเห็น

no

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *