Follow Me

- Advertisement -

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2563

นายขำ ผู้บุกเบิกการใช้ ตาก้านใบ ติดตายางพันธุ์ดี

นายขำ นุชิตศิริภัทรา คือ ผู้บุกเบิกการใช้ ตาก้านใบ ในการติดตายางพันธุ์ดี เมื่อ 47 ปีที่แล้ว ซึ่งไดเมีการบันทึกเรื่องราวไว้ในนิตนสารกสิกร ของกรมวิชาการเกษตร ปีที่ 48 ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2518 โดยนายบัว พุกเจริญ รายละเอียดมีดังนี้

-----------------------------------------------------

การติดตายาง โดยใช้ “ตาก้านใบ” 

โดย บัว พุกเจริญ เกษตรจังหวัดตรัง

-----------------------------------------------------

ผู้เขียนพร้อมด้วยเกษตรอำเภอปะเหลียน และเกษตรอำเภอกันตังได้มีโอกาสไปเยี่ยมแปลงเพาะขยายพันธุ์ยาง ของนายขำ นุชิตศิริภัทรา ที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

 

นายขำเป็นผู้ที่มีความสนใจและหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องยางมาตั้งแต่ พ.ศ. 2499 ในขณะที่มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ปัจจุบันอายุเพียง 35 ปี จึงนับว่าเป็นคนหนุ่มคนหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่นด้วยตนเอง

 

ในปี 2502 นายขำได้ไปเยี่ยมศูนย์วิจัยการยางหาดใหญ่ ได้พบเห็นวิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับยางพันธุ์ดีจึงมีความสนใจเรื่องยางพันธุ์ดีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ต่อมาได้สร้างแปลงเพาะขยายพันธุ์ยางขึ้นในท้องที่อำเภอปะเหลียน โดยได้เอายางพันธุ์ดีจากศูนย์วิจัยฯ มาปลูกทำเป็นแปลงขยายพันธุ์ศึกษาหาความรู้ไปด้วย จนมีความรู้ความชำนาญพอสมควร 

ต่อมาในปี 2506 จึงได้ขอจดทะเบียนเป็นแปลงเพาะและขยายพันธุ์ยาง ต่อกองการยาง กรมกสิกรรมผ่านกสิกรรมอำเภอปะเหลียน และกสิกรรมจังหวัดในสมัยนั้น เนื้อที่ที่ขอจดครั้งแรกมีอยู่ 5 ไร่ โดยมียางพันธุ์ดี พันธุ์ อาร์อาร์ไอ เอ็ม 501, พันธุ์ พีบี 86,พันธุ์ พีอาร์ 107, พันธุ์ ทีเจไออาร์ 1  ประมาณ 4,000 ต้น ฯลฯ

 

ต่อมาได้ขยายกิจการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมทั้งได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ในเรื่องยาง ที่ทางราชการได้ค้นคว้าวิจัยผลออกมาสู่ชาวสวนยางอยู่เป็นประจำจนถึงปัจจุบัน นายขำมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องยางพันธุ์ดีและรวบรวมไว้ไม่ต่ำกว่า 25 พันธุ์ เนื้อที่ 35 ไร่ มียางพันธุ์ดีคัดแล้วสำหรับจะติดตาขยายพันธุ์อยู่ 5 พันธุ์ คือ พันธุ์ อาร์อาร์ไอเอ็ม 600, พันธุ์ อาร์อาร์ไอ เอ็ม 623, พันธุ์ พีบี 5/51, พันธุ์ พีบี 28/59 และจีที 1 จำนวน 18,000 ต้น ซึ่งสามารถจะใช้ขยายพันธุ์ โดยการติดตาได้ประมาณ 2 ล้านตา มีต้นตอ (stock) ยางอยู่ในปี 2517 ประมาณ 844,000 ต้น 


เมื่อคัดเลือกแล้วจะใช้ติดตาได้ประมาณ 5-6 แสนต้น ต้นยางที่ติดตาแล้วจะจำหน่ายให้องค์การสวนยาง นาบอน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ตลอดจนเจ้าของสวนยางทั่วไปในภาคใต้ ในราคาต้นละ 1.50 บาท ถ้าชำในถุงพลาสติกหรือกระบอกไม้ไผ่ขายต้นละ 5.00 บาท สำหรับกิ่งตายางพันธุ์ดีทุกพันธุ์ขายเมตรละ 2.00 บาท 


นอกจากนี้ยังสร้างสวนยางพันธุ์ดีไว้เนื้อที่ 200 ไร่ มีพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600, 703, พันธุ์ พีบี 5/60, พันธุ์ พีบี 28/59 และจีที 1

 

นับว่านายขำได้สร้างตัวเอง ในระยะ 17 ปี ได้อย่างน่าภูมิใจ สมควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก

ผู้เขียนได้แนะนำ ให้ท่านได้รู้จักกับนายขำมามากพอสมควร ต่อไปจะได้พูดถึงการติดตา โดยใช้ตาก้านใบเสียที 


กิ่งตาสำหรับใช้ในการติดตา หลังจากปลูกกิ่งตายางพันธุ์ดี (ระยะปลูก 1เมตร x 1เมตร) ประมาณ 8-12 เดือน ก็ตัดออกให้เหลือสูงจากพื้นดิน 60 ซม. ต้นตอยางพันธุ์ดีที่ตัดแล้วจะแตกใหม่และคอยตัดออกให้เหลือไว้ 4 กระโดง (กิ่ง) ปีที่ 2 หลังจากแต่งกระโดงแล้ว 120-180 วัน จะตัดถึงกระโดง ซึ่งมีฉัตรอยู่ประมาณ 1-4 ฉัตรๆ หนึ่งอายุเฉลี่ยประมาณ 45 วัน ปีต่อไปจะตัดกิ่งตาออกขายได้ 2-3 ครั้ง ๆ ละ 4 กระโดงๆ หนึ่งมีตาอยู่ประมาณ 30-40 ตา และกระโดงหนึ่งจะมีความยาว 1.00-1.50  เมตร ๆ หนึ่งราคา 20 บาท ปีหนึ่งจะขายกิ่งตาได้ประมาณ 200 บาท ต่อต้น ถ้าปลูกไว้  1 ไร่ 1,600 ต้น จะขายได้ 3,200 – 4,00 บาท การขายกิ่งตายางพันธุ์ดีจึงนับว่ามีรายได้พอสมควร


โดยปกติทั่ว ๆ ไปแล้วการขยายพันธุ์ โดยการติดตายางพันธุ์ดีจะใช้ติดตาสีน้ำตาลและการติดตาเขียวกึ่งสีน้ำตาล การติดตาดังกล่าวมาแล้ว กิ่งตาท่อนหนึ่งยาว 1 เมตร ราคาขายเมตรละ 2 บาท มีตายางประมาณ 25-30 ตา รวมทั้งตาก้านใบด้วย แต่สามารถนำตาไปใช้ได้จริง ๆ เพียง  6-10 ตาเท่านั้น จะต้องทั้งตาก้านใบซึ่งไม่สามารถนำมาติดได้ประมาณ 70% ทั้งนี้เพราะตาก้านใบติดยาก จึงไม่นิยมใช้ในการติดตา

 

ต่อมาในปี 2514 นายขำได้มาคิดคำนึงดูว่า ทำอย่างไรจึงจะนำตาก้านใบซึ่งทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ถึง 70% นั้น มาใช้ติดตาได้ (ตาก้านใบคือตาที่มีก้านใบติดอยู่ด้วยซึ่งมีอายุระหว่าง 45-180 วัน หรือตั้งแต่ 1-4 ฉัตรๆ ฉัตรหนึ่งอายุ 45 วัน)

 

เมื่อคิดแล้วก็พยายามทดลองดู ปรากฏว่า ตาที่ติดกับก้านใบนำมาติดตาแล้วได้เน่าเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่นายขำก็ไม่ท้อถอยหรือละทิ้ง ได้พยายามทดลองทำอยู่เรื่อยๆ

 

จนถึงปี 2516 จึงได้พบว่า สาเหตุที่ทำให้ตาก้านใบเน่า เพราะความสะอาดไม่พอ เนื่องจากเวลาลอกเปลือกตา มือไปถูกรอยตัดก้านใบ จึงทำให้ตาก้านใบเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงลองติดตาก้านใบใหม่ พยายามไม่ให้มือไปถูกรอยตัดก้านใบ ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่พอใจ คือสามารถติดได้ ถึงร้อยละ 90

 

เมื่อเปรียบเทียบกับติดตาหลับ (ตาหลับของกิ่งตาเขียวและเขียวกึ่งน้ำตาล ซึ่งต่างกับตาบอดสีน้ำตาล  ตาบอดดังกล่าวไม่นิยมติดเพระติดแล้วตาจะไม่ผลิออก) ซึ่งติดได้ร้อยละ 95

 

แต่ก็พบอุปสรรคอีกคือ คนงานไม่ยอมติดตาก้านใบ เพราะเคยติดตาก้านใบแล้วเน่าหมด ต้องชี้แจงแนะนำถึงสาเหตุของการที่ทำให้เน่าคือ ต้องพยายามรักษาความสะอาดและอย่าให้มือไปถูกแผลรอยตัดที่ก้านใบเป็นอันขาด และเพิ่มค่าแรงให้จากการที่เคยติดตาเขียวและตาเขียวกึ่งน้ำตาล จากต้นละ 30 สตางค์ เป็นต้นละ 35 สตางค์ เฉพาะต้นที่ติดตาเรียบร้อยแล้ว 


ต่อมาคนงานก็สามารถติดตาก้านใบได้ถึงร้อยละ 95 เช่นเดียวกัน จึงทำให้ตาก้านใบซึ่งเคยทิ้งเสียร้อยระ 70 นำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ กล่าวคือ ราคากิ่งตาขายเมตรละ 2 บาท แต่เดิมใช้ติดตาเขียวกึ่งสีน้ำตาลได้ 6-10 ตา (6-10 ต้น) แต่ถ้าติดตาโดยใช้ตาก้านใบรวมทั้งตาเขียวกึ่งน้ำตาลในจำนวนกิ่งตา 1 เมตร ที่ชื้อมา 2 บาท สามารถติดได้ 15-25 ตา (15-25 ต้น) 

นับว่าการติดตาก้านใบที่นายขำได้ทดลองเป็นผลสำเร็จครั้งนี้ ได้ทุ่นค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก คือถ้าติดตาหลับ (ตาเขียวหรือกึ่งน้ำตาล) ตาหนึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 20-30 สตางค์ และถ้าติดตาก้านใบรวมเข้าไปด้วย หมายความว่ากิ่งตา 1 เมตร ราคา 2 บาท ใช้ติดได้ทั้งหมดประมาณ 25-25 ตาๆ หนึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 8-13 สตางค์ เท่านั้น

 

การติดตาโดยใช้ตาก้านใบ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งตามปกติติดตา 100 ต้น จะต้องใช้กิ่งตายางพันธุ์ดี จำนวน 15 เมตร ๆ ละ 2 บาท เป็นเงิน 30 บาท ถ้าใช้ตาที่มีก้านใบด้วยจะใช้กิ่งตายางพันธุ์ดีประมาณ 5 เมตร ๆ ละ 2 บาท เป็นเงิน10 บาท จึงนับว่าทุ่นค่าใช้จ่ายในการขยายพันธุ์ยางได้เป็นจำนวนมาก และไม่ต้องทิ้งกิ่งที่มีก้านใบให้เสียไปประมาณ 70% อีกด้วย

 

ข้าพเจ้าคิดว่าบทความที่ได้เสนอมานี้ คงจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรชาวสวนยางทั่วไป ที่มีแปลงเพาะเป็นอย่างมาก และถ้าท่านผู้ใดสนใจผ่านไปจังหวัดตรังจะเลยไปดูกิจการของนายขำ นุชิตศิริภัทรา ถนนสายตรัง-ปะเหลียน บ้านเลขที่ 62/3 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง (ระหว่าง กม. ที่ 32-33) นายขำยินดีต้อนรับและให้ความรู้ต่าง ๆ โดยละเอียด อย่างเป็นกันเอง





แสดงความคิดเห็น

no

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *